Burapha University
The Design of Temperature Monitoring and Management System
For Vaccien Storage Refrigerator

บทนำ | ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง | การออกแบบโครงงาน |การทดลองและผลการทดลอง | สรุปผลการทดลอง|ประวัติผู้ทำโครงงาน

 

 



1ทฤษฎีทางด้านฮาร์ดแวร์
         เนื่องจากการการออกแบบระบบเฝ้าติดตามค่าอุณหภูมิแบบไร้สายนั้น เราได้ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล PIC เบอร์ PIC18F4550 เป็นตัวสำหรับเขียนโปรแกรมติดต่อกับไอซี DS1820คุณสมบัติที่โดดเด่นของเซนเซอร์คือข้อมูลที่ส่งออกมาจากตัวเซนเซอร์นั้นจะเป็นข้อมูลแบบดิจิตอลขนาด 16 บิตหรือ 2 ไบต์ โดยไบต์แรกจะเป็นค่าอุณหภูมิที่แท้จริง ส่วนไบต์ที่สองจะเป็นเครื่องหมาย เมื่อทำการอ่านค่าอุณหภูมิได้แล้วก็ส่งข้อมูลไปจัดเก็บลง Database เพื่อวิเคราะห์และประเมินผล โดยผ่านวงจรRS485ซึ่งเป็นตัวส่งข้อมูลและฝั่งรับได้ใช้บอร์ด RS485 แปลงเป็น RS232 เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ ยังได้ใช้ภาษาซีในการเขียนควบคุม ไมโครคอนโทรลเลอร์ ในส่วนของโปรแกรมได้ใช้ Delphi เวอร์ชัน7 ในการเขียนติดต่อและตอบสนองกับผู้ใช้

  1. คุณสมบัติและข้อมูลด้านเทคนิคของเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ DS18S20

           ไอซี DS1820 เป็นไอซีที่มีระบบการสื่อสารข้อมูลอนุกรมแบบหนึ่งสายซึ่งถือได้ว่าเป็นระบบที่มีความชาญฉลาด และใช้จำนวนสายสัญญาณเพียง 1 เส้นเท่านั้น โดยไม่ต้องมีสายสัญญาณนาฬิกามาควบคุมจังหวะการถ่ายทอดข้อมูลเหมือนกับระบบสื่อสารข้อมูลอนุกรมในแบบอื่น สายข้อมูลจะทำหน้าที่เสมือนเป็นสายสัญญาณนาฬิกาในตัว ส่วนค่าของข้อมูลจะพิจารณาจากลักษณะของรูปสัญญาณที่ปรากฏบนสายสัญญาณในแต่ละช่องของเวลาซึ่งเรียกว่า ไทม์สล็อต (Time Slot) โดยคาบเวลาต่ำสุดและสูงสุดของสถานะต่าง ๆ ในการสื่อสารข้อมูลในแต่ละไทม์สล็อตมีการกำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนการถ่ายทอดข้อมูลจะเกิดขึ้นในแต่ละไทม์สล็อดนั้น รูปแบบการถ่ายทอด ข้อมูลจะเป็นแบบอะซิงโครนัสในระดับบิต ไม่มีการกำหนดความยาวของข้อมูลเป็นระดับไบต์ระบบสื่อสารแบบนี้เหมาะที่จะใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างไอซีแผงวงจรเดียวกัน
เหตุผลที่เลือก DS18S20 เนื่องจากสิ่งที่เราต้องการในการวัดอุณหภูมินี้เราต้องการระบบบัสที่สามารถเดินสายได้ในระยะไกลซึ่งเหมาะสำหรับระบบบัสแบบ 1-Wireดูจะเหมาะกว่าในแง่ของความสะดวกในการใช้งานระยะห่างของแต่ละจุดที่วัดความแม่นยำของค่าที่วัดได้ใช้ไอซีเบอร์ DS18S20 ซึ่งมีระดับความผิดพลาดที่ 0.5องศาเซลเซียส DS18S20 เป็น IC วัดอุณหภูมิแบบดิจิตอล ของ Dallas Semiconductor สามารถวัดอุณหภูมิเป็นหน่วยองศา C ในช่วง -55C ถึง 125 C ที่ความละเอียด 9-12 บิต และมีความแม่นยำอยู่ที่ 0.5C ในช่วง -10C ถึง 85 C ในกรณีที่เป็นตัวถังแบบ TO-92 นั้นจะมีโครงสร้าง และขาดังแสดงในรูปที่ 2.1



รูปที่ 2.1 โครงสร้าง และขาของ DS18B20 ตัวถังแบบ TO-92
การสื่อสารและควบคุม DS18S20 นั้นสามารถทำได้โดยใช้บัสข้อมูลแบบ 1-wire ของ Dallas Semiconductor ซึ่งใช้สายสัญญาณเพียงแค่เส้นเดียวเท่านั้น ภายใน DS18S20 แต่ละตัวมีโค๊ดประจำตัวขนาด 64 บิต ทำให้สามารถใช้งาน DS18S20 หลายตัวทำงานบนบัสแบบ 1 wire พร้อมกันได้ นอกจากนี้ DS18S20 ยังสามารถทำงานในโหมดพาราสิต (Parasite Power Mode) ซึ่งเป็นการทำงานโดยไม่ใช้ไฟเลี้ยง แต่ใช้พลังงานจากสายสัญญาณ 1-wire ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการวัดอุณหภูมิระยะไกล หรือในการใช้งานในที่ ๆ มีเนื้อที่จำกัด 
โครงสร้างรีจิสเตอร์ภายในของ DS18S20 มีลักษณะดังแสดงในรูปที่ 2.2 จะเห็นได้ว่าประกอบไปด้วย SRAM Scratchpad ขนาด 9 ไบต์ และ EEPROM ขนาด 3 ไบต์ ซึ่งใช้เก็บค่าอุณหภูมิสูงสุด (TH) ต่ำสุด (TL) สำหรับเปรียบเทียบการเกิดสัญญาณเตือน และรีจิสเตอร์ควบคุม (Configuration Register)

ข้อมูลอุณหภูมิที่วัดได้จะถูกเก็บอยู่ในรีจิสเตอร์ Temperature ซึ่งมีขนาด 16 บิต ดังแสดงในรูปที่ 2.3 ถ้าข้อมูลอุณหภูมิเป็นบวก S จะเป็น “1” แต่ถ้าข้อมูลอุณหภูมิเป็นลบ S จะเป็น “0” ในกรณีที่ DS18S20 ทำงานในโหมดความละเอียด 12 บิต บิตทุกบิตในรีจิสเตอร์ Temperature จะถูกใช้หมด แต่ในกรณีที่ทำงานในโหมด 9-11 บิต บิตล่าง (บิต 0 – บิต 2) จะไม่ถูกใช้งาน ซึ่งในการกำหนดโหมดความละเอียดการทำงานของ DS18S20 นั้นสามารถกำหนดได้ที่รีจิสเตอร์ Configuration ซึ่งโดยปกติเริ่มต้น DS18S20 จะทำงานในโหมด12 บิต

 การสื่อสารแบบ 1-wire เป็นระบบบัสข้อมูลแบบ Half-duplex นั้นคือสามารถสื่อสารได้ 2 ทิศทาง แต่ไม่สามารถรับ และส่งข้อมูลพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกันได้ ระบบบัสมีการทำงานเป็นแบบ Master/Slaveโดยอุปกรณ์ Master จะเป็นตัวควบคุมสถานะ และจังหวะการรับส่งของบัสข้อมูล ในขณะที่อุปกรณ์ Slave จะทำงานตามการควบคุมของอุปกรณ์ Master เท่านั้น
ในการใช้งานบัสแบบ 1 wire นี้ สายสัญญาณข้อมูล DQ จะต้องมีสภาวะปกติที่ลอจิกสูง สามารถทำได้โดยการต่อตัวต้านทานประมาณ 5 กิโลโอห์ม พูลอัปไว้กับไฟเลี้ยง หรือในกรณีที่ใช้บัสแบบ 1 wire ต่อร่วมกับอุปกรณ์ DS18S20 หลายตัว ก็สามารถทำได้ดังแสดงในรูปที่ 2.4

หลักการทำงานของเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ DS18S20
ในกระบวนการเริ่มต้นการสื่อสารแบบ 1-wire ทั้งหมดนั้น อุปกรณ์ Master ต้องขอเริ่มการสื่อสารด้วยการสร้าง Reset pulse ก่อน เมื่ออุปกรณ์ Slave ได้รับ Reset pulse ก็จะสร้าง Presence pulse เพื่อตอบรับการขอเริ่มการสื่อสารนั้น ซึ่งมีรายละเอียดของช่วงเวลาต่าง ๆ ดังแสดงในรูปที่ 2.5

      ในการเขียนข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือการเขียนข้อมูล “0” และการเขียนข้อมูล “1” ดังแสดงในรูปที่2.6 การเขียนข้อมูลลง DS18S20 ต้องใช้ช่วงเวลาของไทม์สล๊อตอย่างต่ำ 60 usec และต้องมีช่วงเวลาระหว่างไทม์สล๊อตอย่างต่ำ 1 usec

การเขียนข้อมูลทั้ง 2 ชนิด เริ่มแรกอุปกรณ์ Master ต้องดึงสัญญาณบนบัส 1-wire ลงมาให้อยู่ในสถานะลอจิกต่ำก่อน ในกรณีที่ต้องการเขียนข้อมูล “0” ลงใน DS18S20 อุปกรณ์ Master ต้องดึงสัญญาณบนบัสให้เป็นลอจิกต่ำต่อ จนกว่าจะครบช่วงเวลาไทม์สล๊อต (อย่างต่ำ 60 usec) ส่วนในกรณีที่ต้องการเขียนข้อมูล “1” ลง DS18S20 อุปกรณ์ Master ต้องปล่อยบัส เพื่อให้บัสกลับไปอยู่ในสถานะลอจิกสูงก่อนการ Sampling ของ DS18S20 ซึ่งจะอยู่ในช่วง 15 usec-60 usec หลังจากที่อุปกรณ์ Master ดึงสัญญาณบัส 1-wire ลงมาในการอ่านค่าภายใน SRAM ของ DS18S20 สามารถทำได้ก็ต่อเมื่ออุปกรณ์ Master ได้เขียนข้อมูลเพื่อขอทำการอ่านค่าใน SRAM (Read Scratchpad) ซึ่งมีค่าเป็น 0xBE ลงไปที่ DS18S20 เสียก่อน จากนั้นจึงเริ่มอ่านข้อมูลจากบัส 1-wire โดยไทม์สล๊อตของการอ่านต้องมีช่วงเวลาอย่างต่ำ 60 usec และต้องมีช่วงเวลาระหว่างไทม์สล๊อตอย่างต่ำ 1 usec ดังแสดงในรูปที่ 2.7

การอ่านข้อมูลจากบัส 1-wire เริ่มแรกอุปกรณ์ Master จะต้องดึงบัส 1-wire ลงให้อยู่ในสถานะลอจิกต่ำเป็นช่วงเวลาอย่างน้อย 1 usec จากนั้นจึงค่อยปล่อยบัส ในกรณีที่ DS18S20 ส่งข้อมูล “0” DS18S20 จะดึงบัสให้เป็นลอจิกต่ำจนจนกว่าจะสิ้นสุดไทม์สล๊อตถึงจึงจะปล่อยบัสให้กลับไปอยู่ในสถานะลอจิกสูง ส่วนในกรณีที่ DS18S20 ส่งข้อมูล “1” DS18S20 จะปล่อยบัสให้อยู่ในสภานะลอจิกสูงตลอด ในการ Sample เพื่อรับข้อมูลจาก DS18S20 ควรทำภายใน 15 usec หลังจากจุดเริ่มของไทม์สล๊อตดังแสดงในรูปที่ 2.7

       ขั้นตอนการใช้งาน DS18S20 มี 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ
1.Initialization
2.ROM Command
3. DS18S20 Function Command
ขั้นตอนการอ่านค่าอุณหภูมิจาก DS18S20นั้น แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ Converting Temperature ซึ่งเป็นการแปลงอุณหภูมิให้อยู่ในรูปข้อมูลดิจิตอลเก็บไว้ใน Scratchpad และ Read Scratchpad ซึ่งเป็นการอ่านข้อมูลที่เก็บใน Scratchpad นั้นออกมา ดังแสดงในรูปที่ 11 จะเห็นได้ว่าไมโครคอนโทรเลอร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Master จะต้องทำการ Initialization จากนั้นจึงค่อยคำสั่ง SKIP ROM [CCh] ซึ่งเป็น ROM Command ที่ใช้ในกรณีที่ต่อใช้งาน DS18S20เพียงตัวเดียวจากนั้นจึงค่อยส่ง Function Command CONVERT T [44h] เพื่อสั่งให้ DS18S20ทำการแปลงอุณหภูมิให้อยู่ในรูปแบบดิจิตอลและเก็บไว้ใน Scratchpad กระบวนการแปลงนี้จะใช้เวลาประมาณ 750ms ซึ่งเราสามารถตรวจสอบสถานการณ์แปลงข้อมูลได้จากการเช็คสถานะของบัส 1-wire
ในกรณีที่ DS18S20 ยังทำการแปลงข้อมูลอยู่บัส 1-wire จะมีสถานะเป็นลอจิกต่ำ แต่ถ้า DS18S20ได้ทำการแปลงข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วบัส 1-wire จะกลับมาอยู่ในสถานะปกติคือลอจิกสูง

เมื่อ DS18S20 แปลงข้อมูลอุณหภูมิเป็นดิจิตอลเก็บไว้ใน Scratchpad แล้ว ไมโครคอนโทรลเลอร์สามารถอ่านข้อมูลภายใน Scratchpad นั้นโดยทำการ Initialization บัส 1-wire อีกครั้ง จากนั้นจึงส่งคำสั่ง SKIP ROM ซึ่งเป็น ROM Command และส่งคำสั่ง READ SCRATCHPAD  ซึ่งเป็น Function Commandเพื่อขออ่านข้อมูล Scratchpad ภายใน DS18S20 จากนั้นไมโครคอนโทรลเลอร์จึงค่อยทำการอ่านข้อมูลภายใน Scratchpad ของ DS18S20 มาทีละไบต์จนครบ 9 ไบต์ และแสดงผลข้อมูลอุณหภูมิที่อยู่ซึ่งเป็นข้อมูลในไบต์แรก และไบต์ 2 ที่อ่านมาจาก Scratchpad นั้นออกมาทางพอร์ตอนุกรม

       การประยุกต์การใช้งานของเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ DS18S20
-ทางด้านการตรวจวัดค่าอุณหภูมิหรือสภาพภูมิอากาศเพื่อประโยชน์ทางการเกษตร
-ทางด้านการตรวจสอบค่าอุณหภูมิภายในห้องหรือพื้นที่ที่ต้องการทำการวัดเพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปประเมินและวิเคราะห์
-ทางด้านการนำค่าอุณหภูมิไปควบคุมอุปกรณ์เอาท์พุตให้เกิดการทำงานในรูปแบบสัญญาณเตือนภัย หรือการแสดงผล

  1. คุณสมบัติและข้อมูลด้านเทคนิคของไมโครคอนโทรลเลอร์ ตระกูล PIC 18F4550

Microcontroller PIC 18F4550

ไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC เบอร์ PIC18F4550 เป็นแบบ EEPROM ขนาด 40 PIN จากรูปขาของ PIC18F4550 แต่ละขาจะมีหน้าที่แตกต่างกันไปซึ่งแยกออกเป็น PORT A, PORT B , PORT C , PORT D, PORT E ดังนี้
1. PORT A: ขาสัญญาณ RA0-5 ที่เชื่อมโดยตรงจากพอร์ตของไมโครคอนโทรลเลอร์
2. PORT B: ขาสัญญาณ RB0-7 ที่เชื่อมโดยตรงจากพอร์ตของไมโครคอนโทรลเลอร์
3. PORT C: ขาสัญญาณ RC0-7 ที่เชื่อมโดยตรงจากพอร์ตของไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยขา RC3-RC5ยังสามารถกำหนดการเชื่อมต่อได้จากการจั๊มเปอร์ ซึ่งเป็นขาสัญญาณอินเตอร์เฟสแบบ USB สำหรับชิพที่มีฟังก์ชัน USB ภายใน เช่น PIC18F4550 เป็นต้น
4. PORT D: ขาสัญญาณ RD0-7 ที่เชื่อมโดยตรงจากพอร์ตของไมโครคอนโทรลเลอร์
5. PORT E: ขาสัญญาณ RE0-2 ที่เชื่อมโดยตรงจากพอร์ตของไมโครคอนโทรลเลอร์
โดยพื้นฐานแล้วพอร์ตแต่ละพอร์ตสามารถทำงานเป็นอินพุตและเอาท์พุตเป็นดิจิตอลได้ทุกพอร์ต  ยกเว้น PORT A และ PORT E ที่มีความพิเศษสามารถทำงานเป็นตัวรับสัญญาณอนาลอกและแปลงเป็นค่าดิจิตอลเพื่อนำมาวัดปริมาณทางฟิสิกส์ต่างๆ เช่นจาก เซนเซอร์ แสง หรือ เซนเซอร์ความร้อน และ ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ นำมาวัดค่าความต่างศักย์
          คุณสมบัติ PIC18F4550
-  ทำงานได้สูงสุดที่ 48 MHz
-  หน่วยความจำโปรแกรมเป็นแบบ Flash มีขนาด 8 KWord (1 word=14 บิต)
-  มี RAM ขนาด 368 ไบต์ ให้เราใช้งาน
-  มี EEPROM ขนาด 256 ไบต์
-  ตอบสนองกับอินเตอร์รัพต์ได้ทั้งหมด 20 แหล่ง
-  A/D Converter 10 bit 13 Channels
-  มีระบบ Power On Reset, Power Up Timer, Oscillator Start-up timer
- Watchdog timer
- สามารถโปรแกรมด้วยไฟ +5VDC ได้
- ทำงานที่ไฟเลี้ยง 2VDC ถึง 5.5VDC
- Current Sink และ Current Source อยู่ที่ 25 mA
-  มี Timer/Counter 4 ตัว
- มีโมดูล Capture/Compare/PWM   1 ชุด
- มีระบบ UART สำหรับต่อกับ การสื่อสารแบบ RS232 และ RS 485
- มีระบบส่งข้อมูลแบบ I2C
- มีระบบตรวจระดับไปเลี้ยง (Brown-out reset)
- มี I/O พอร์ตทั้งหมด 5 พอร์ต

 

 

คุณสมบัติและข้อมูลด้านเทคนิคของ GSM SIM300CZ

ป็นบอร์ดเรียนรู้และพัฒนาระบบการสื่อสารไร้สาย โดยใช้โมดูล GSM/GPRSรุ่น SIM300CZ ของ “SIMCom Ltd.” เป็นอุปกรณ์หลัก ซึ่ง SIM300CZ เป็นโมดูลสื่อสารระบบ GSM/GPRSขนาดเล็ก รองรับระบบสื่อสาร GSM ความถี่ 900/1800/1900MHz โดยสั่งงานผ่านทางพอร์ตสื่อสารอนุกรมRS232 ด้วยชุดคำสั่ง AT Command สามารถประยุกต์ใช้งานได้มากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งสัญญาณแบบ Voice, SMS, Data, FAX และยังรวมถึงการสื่อสารด้วย Protocol TCP/IP ด้วย ซึ่งตามปกติแล้ว ถึงแม้ว่าโมดูล SIM300CZ จะมีวงจร และ Firmware บรรจุไว้ภายในตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ยังไม่สามารถนำไปใช้งานได้โดยตรงทันที เนื่องจากในการใช้งานจริงๆนั้น จำเป็นต้องออกแบบวงจรรอบนอกที่จำเป็นมาเชื่อมต่อกับขาสัญญาณของตัวโมดูลอีกในบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นวงจรภาค Power Supply,วงจรเชื่อมต่อกับ SIM Card รวมไปถึงวงจร Line Driver ของ RS232 เป็นต้น ได้จัดทำขึ้นมานี้จะยังไม่สามารถรองรับการใช้งานทรัพยากรต่างๆที่มีอยู่ภายในโมดูลได้ครบถ้วนทั้งหมด  อย่างไรก็ตามถ้าผู้ใช้งาน ต้องการพัฒนา Application ที่สูงขึ้นไป ก็สามารถประยุกต์ดัดแปลงหรือทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์เพิ่มเติมให้กับบอร์ดได้โดยง่าย ทั้งนี้ก็เพราะว่าขาสัญญาณต่างๆจากโมดูล ในส่วนที่ยังไม่ได้ทำการออกแบบวงจรเตรียมไว้ให้ภายในบอร์ด เช่น ขาสัญญาณสำหรับเชื่อมต่อกับ Keyboard ,LCD Display และ GPIO ต่างๆนั้น ได้จัดทำเป็นจุดต่อ Connector เตรียมไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วผู้ใช้เพียงแต่ทำการเชื่อมต่อสัญญาณต่างๆ จากจุดเชื่อมต่อที่เตรียมไว้ไปยังวงจรส่วนที่ได้ทำการออกแบบ ไว้ได้โดยสะดวกอยู่แล้ว

 

 

คุณสมบัติของบอร์ด ET-GSM SICZM300CZ


• มีสวิตช์แบบ Push-Button สำหรับใช้สั่ง เปิด-ปิด การทำงานของโมดูลภายในบอร์ด
• มี Socket SIM รองรับ SIM Card พร้อมวงจร ESD ป้องกัน SIM เสียหาย
• มีวงจร Regulate แยกอิสระ จำนวน 2 ชุด สามารถใช้กับแหล่งจ่ายภาย Adapter ขนาดตั้งแต่ +5Vขึ้นไป สามารถจ่ายกระแสให้กับโมดูล SIM300CZ และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆได้อย่างเพียงพอ
•มีวงจร Regulate ขนาด 4.2V / 3A สำหรับจ่ายให้กับโมดูล SIM300CZ ได้อย่างเพียงพอสามารถใช้กับ SIM ของระบบ GSM900MHz แบบ 2-Watt ได้อย่างไม่เกิดปัญหา
•มีวงจร Regulate ขนาด 3.3V / 1A สำหรับจ่ายให้กับวงจรเชื่อมต่อภายนอกโดยไม่ต้องไปดึงไฟจากตัวโมดูลมาใช้ ป้องกันปัญหาโมดูลเสียหายจากวงจรภายนอกดึงกระแสเกินพิกัดและสะดวกต่อการออกแบบวงจรเชื่อมต่อเพิ่มเติม โดยไม่ต้องกังวลว่ากระแสจะไม่พอจ่ายให้กับอุปกรณ์
• มีวงจร Line Driver สำหรับแปลงระดับสัญญาณโลจิกจากโมดูล SIM300CZ ให้เป็น RS232 ระดับ
มาตรฐานครบทุกเส้นสัญญาณ ทั้งพอร์ตที่ใช้ในการสื่อสารสำหรับสั่งงานโมดูล และ พอร์ตสำหรับ
ใช้ในการพัฒนาโปรแกรม (Debug) สามารถเชื่อมต่อกับพอร์ต RS232 มาตรฐานได้ทันที
• มี LED แสดงสถานะพร้อมในบอร์ด สำหรับแสดงสถานะของแหล่งจ่ายไฟ สถานะพร้อมทำงานของโมดูล สถานะในการเชื่อมต่อกับ Network และ สถานะ Power-On/Power-OFF ของโมดูล
• มีขั้วสำหรับเชื่อมต่อกับ Handset (ชุดปากพูด และหูฟัง ของโทรศัพท์บ้าน)โดยใช้ขั้วต่อแบบRJ11
มาตรฐาน พร้อมวงจร Voice Filter สามารถนำชุด Handset ของโทรศัพท์บ้าน ต่อเข้ากับบอร์ดทาง
ขั้วต่อแบบ RJ11 สำหรับใช้พูดคุย โทรออก และ รับสายได้โดยสะดวก
• มี Buzzer พร้อมวงจรขับเพื่อสร้างสัญญาณเสียง ในกรณีมีการโทรเรียกเข้ามายังโมดูล
• มีจุดยึดเสาอากาศ สำหรับใช้เป็นจุดพักสำหรับเชื่อมต่อกับเสาอากาศแบบต่างๆได้โดยสะดวก
• มีขั้วต่อสำหรับติดตั้งโมดูล SIM300CZ พร้อมเสารองและสกรูยึดโมดูลกับตัวบอร์ด
• มีจุดต่อสัญญาณอื่นๆที่เหลือจากโมดูล เช่น Keyboard, Display ,GPIO ,Battery Charger ฯลฯ
สำหรับให้ผู้ใช้ต่อขยายไปยังวงจรที่ออกแบบเพิ่มเติมได้โดยง่ายและสะดวก
 
คุณสมบัติของโมดูล SIM300CZ
• รองรับความถี่ GSM/GPRS 900/1800/1900MHz
• รองรับ GPRS Multi-Slot Class10 และ GPRS Mobile Station Class B
• รองรับมาตรฐานคำสั่ง AT Command (GSM 07.07 / 07.05 และคำสั่งเพิ่มเติมจาก SIMCOM)
• รองรับ SIM Applications Toolkit
• ทำงานที่ย่านแรงดัน 3.4V ถึง 4.5V
• รองรับการเชื่อมต่อภายนอก
  - ใช้ได้กับ SIM 3V และ 1.8V
  - มีวงจร Analog Audio (MIC & Speaker) จำนวน 2 ชุด
  - รองรับ 5x5 Keypad Interface & SPI LCD Interface
  - มีระบบ RTC พร้อมวงจร Backup
  - มีขั้วต่อเสาอากาศภายนอกแบบ Connector และจุดเชื่อมต่อแบบ PAD
  - มีระบบ Battery Charge ในตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  © 2010 - ...FACTORY GROUP